วันเสาร์, 8 พฤษภาคม 2564

วิ่งส่งธงชาติไทยวันที่ 37 ชาวลำพูน-เชียงใหม่ ส่งพลังเชียร์ทัพนักกีฬาไทย

สำหรับการวิ่งในวันนี้ยังคงเข้มงวดในเรื่องมาตรการคุมเข้มป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มต้นออกสตาร์ตจากสนามกีฬากลางจังหวัดลำพูน บรรยากาศสุดคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการ จังหวัดลำพูน ทำหน้าที่เชิญธงชาติไทย ก่อนออกตัววิ่งใน กม.แรกของวันที่ 37 ร่วมกับคณะผู้บริหารในจังหวัด

สำหรับกิจกรรมตลอดทั้งวันยังเป็นไปอย่างคึกคัก เพราะเกือบตลอดเส้นทางเป็นการวิ่งในพื้นที่ชุมชน วิ่งผ่านแลนด์มาร์กสำคัญๆ ของทั้ง จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ โดยเมื่อขบวนเคลื่อนถึงแยกรินคำ ทาง จ.เชียงใหม่ ได้ขึ้นป้ายแสดงข้อความ “ยินดีต้อนรับต้อนรับนักวิ่งทุกท่านเข้าสู่เชียงใหม่” เพื่อเป็นกำลังใจให้ทั้งทีมงานและนักวิ่งทุกคน

ทั้งนี้ภารกิจการวิ่งธงชาติไทยในวันที่ 37 พี่น้องนักวิ่งชาวไทยใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง ส่งต่อและรับธงชาติไทยกันจนมาถึงสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5 จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 21 ที่ขบวนธงชาติไทยเคลื่อนผ่านได้สำเร็จ อีกทั้งยังสะสมระยะทางจากการวิ่งเพิ่มเป็น 2,807 กม.แล้ว

นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ซึ่งร่วมวิ่งใน กม.แรกของวันนี้ออกมาเปิดเผยว่า ถือเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มีโอกาสร่วมวิ่งถือธงชาติไทยซึ่งเป็นเสมือนศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ก่อนจะนำไปส่งต่อให้นักกีฬาไทย ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักกีฬาทุกคนจะสร้างชื่อเสียงและความสำเร็จในกีฬาโอลิมปิกให้กับคนไทยและประเทศไทย

ขณะที่ สุพรรณิการ์ แก่นจันทร์ สาวสวยวัย 27 ปี พนักงานต้อนรับภาคพื้นดินของสายการบินแห่งหนึ่ง เผยว่า ทั้งสนุก ตื่นเต้น และภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสได้ถือธงไตรรงค์ผืนใหญ่ลงวิ่งเป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทยไปแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งตลอดระยะทางการวิ่งแม้จะเหนื่อย แต่ก็คงเทียบกับนักกีฬาทีมชาติที่ต้องใช้ความพยายามและอดทนมากกว่านี้ไม่ได้เลย ซึ่งตนก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบชัยชนะ และคว้าเหรียญรางวัลจากโอลิมปิกกลับมาฝากพี่น้องชาวไทย

สำหรับกำหนดการวิ่งธงชาติไทยในวันอังคารที่ 4 พ.ค. 64 เป็นวันที่ 38 ของกิจกรรม จะเป็นการวิ่งจากสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5 จ.เชียงใหม่ วกกลับไปยังโรงเรียนบ้านดอยแก้ว จ.ลำพูน ระยะทางรวม 63.7 กม. ซึ่งก็ถือเป็นเส้นทางการวิ่งธงที่จะเป็นประตูมุ่งหน้าไปสู่การวิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผู้ที่สนใจสามารถรับชมการไลฟ์สดกิจกรรมการวิ่งได้ที่เฟซบุ๊ก Road to Tokyo 2020.